พ่อใหญ่ ควายไทย ที่เคยแสดงเรื่องบางระจัน เกือบจะถูกเชือดในโรงฆ่าสัตว์

เรื่องเด่น

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีรายงานว่า คนงานนับ 10 คน ภายในบ้านสวนปัญอิสรภาพ ตั้งอยู่เลขที่ 79/2 หมู่ 8 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลฉีดสเปร์ที่บริเวณขาทั้ง 4 ข้างของ “พ่อใหญ่” ควายไทยเพศผู้อายุประมาณ 30 ปี ที่มีน้ำหนักตัวมาก ให้ลุกขึ้นยืนได้ โดยได้ช่วยกันพยุงพร้อมนำกระสอบผ้ามารองวางและนำโซ่คอยช่วยพยุงดึง พ่อใหญ่ให้ลุกขึ้นกินหญ้า เนื่องจากได้ล้มป่วยเมื่อ 3 วันก่อน หลังจากที่นางภัคจิรา หัตถกิจจำเริญ เจ้าของบ้านสวนปัญอิสรภาพ ได้เดินทางไปไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ จ.ภูเก็ต และนำมาเลี้ยงดูแลไว้ ด้วยอายุและร่างกายที่ใหญ่โตทำให้ พ่อใหญ่ เริ่มที่จะลุกเดินไม่ไหวแล้ว

นางธีรญา เครือสง่า อายุ 53 ปี คนดูแล พ่อใหญ่ กล่าวว่า เป็นควายที่เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ หลังไปไถ่ชีวิตมาจาก จ.ภูเก็ต ขณะที่มีนำไปขายให้กับโรงฆ่าสัตว์เพื่อเชือดเอาเนื้อไปขาย แต่ พ่อใหญ่ยังโชคดี ได้มีชาวบ้านคนหนึ่งรู้จักกับเจ้าของสวนปัญอิสรภาพ เลยติดต่อให้ไปช่วยเหลือไถ่ชีวิตควายตัวนี้กลับมาได้ก็เลยเลี้ยงไว้ที่ภูเก็ตประมาณ 5 ปี ก่อนจะย้ายพ่อใหญ่มาอยู่ที่ราชบุรี และจะมีควายเผือกอยู่ 1 ตัวที่คอยเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ

นางภัคจิรา หัตถกิจจำเริญ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านสวนปัญอิสรภาพ จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์มีอยู่ประมาณ 14 ไร่ มีสัตว์หลายชนิด เช่น หมูป่า หมูบ้าน แพะ วัว ควาย ที่ไปไถ่ชีวิตมาเลี้ยงดูแลอยู่ประมาณ 592 ตัว แม้กระทั่งสุนัขจรจัด และ แมวก็เลี้ยงรวมอยู่ด้วย เมื่อตายก็จะทำพิธีให้อย่างดี คนเลี้ยงก็ไม่กินเนื้อสัตว์กินแต่มังสวิรัส

ส่วนแนวคิดที่ต้องเลี้ยงสัตว์ที่ไถ่ชีวิตมา เกิดจากการพิจารณาอาหารที่รับประทานเข้าไปตั้งแต่เล็กจนโตว่ามาจากไหน ทุกครั้งที่ทานเนื้อสัตว์มีที่มาอย่างไร และจะเริ่มคิดได้จึงตามไปดูที่โรงฆ่าสัตว์ต่าง ๆ พบเห็นสัตว์ร้องดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด จึงพิจารณาแล้วว่าทุกชีวิตรักตัวเอง ไม่ต้องการเป็นอาหารให้กับใคร เลยอยากช่วยเหลือชีวิตสัตว์เหล่านั้น

ก่อนหน้าที่จะไปไถ่ชีวิต พ่อใหญ่ ได้ไถ่ชีวิตวัวมาก่อนแล้วจำนวนหนึ่ง ต่อมามีชาวบ้านมาบอกว่าโรงฆ่าสัตว์มีการนำควาย ซึ่งเป็นควายที่เคยแสดงหนังเรื่องบางระจันมาแล้ว จึงเดินทางไปดูด้วยตัวเอง และรู้สึกสงสาร ดูจากลักษณะเป็นควายโบราณที่มีรูปร่างสูงใหญ่ สอบถามประวัติแล้วรู้ว่าทางโรงฆ่าได้ไปเอาควายมาจากเจ้าของใหม่ โดยเจ้าของเดิมของพ่อใหญ่เคยเอาพ่อใหญ่ไปเล่นหนังเป็นตัวประกอบวิ่งรบในเรื่องบางระจันมาก่อน หลังจากนั้นถูกขายต่อมาอีก 2 – 3 ทอด ทอดสุดท้ายจึงมาอยู่สถานที่ท่องเที่ยว พ่อใหญ่ถูกให้ลากเกวียน จนจมูกพ่อใหญ่ขาด ถูกให้ฝรั่งถ่ายรูป ด้วยอายุมากแก่ชราเริ่มไม่ไหวทางสถานที่ท่องเที่ยวเลยปลดพ่อใหญ่ออกมาไปขายให้กับโรงฆ่าสัตว์

ตัวเองจึงถ่ายรูปพ่อใหญ่ มาลงเฟซบุ๊ก เพื่อขอยอดสะสมในการที่จะไถ่ชีวิตควายตัวนี้มา พอได้มาแล้ว คนที่ไปถ่ายชีวิตได้เผลอเล่าให้ฟังว่าทางเจ้าของเก่าและคนแถวนั้นเขาแย่งกันขอซื้อหัวกะโหลกพ่อใหญ่ เพื่อที่จะอาไปประดับหน้าบ้าน จึงเป็นชนวนให้คิดได้ว่าจิตใจคนเริ่มป่วยแล้ว จึงได้ไปไถ่ชีวิตพ่อใหญ่มาไว้ที่ราชบุรี และอยากสื่อให้คนภายนอกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อใหญ่ และหลังจากที่ได้เลี้ยงดูแลมาตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี ตอนนี้อายุได้ประมาณ 30 ปี ที่ได้ดูแลและนำมาอยู่ที่ราชบุรี

นางภัคจิรา หัตถกิจจำเริญ เจ้าของบ้านสวนปัญอิสรภาพ กล่าวอีกว่า เวลาสัตว์ป่วยจะรักษาตามอาการ พร้อมกับปรึกษาสัตวแพทย์ควบคู่กับการดูแล ถ้าอาการหนักจะให้สัตวแพทย์เข้ามารักษาให้เขาอยู่อย่างสบายที่สุดในวาระสุดท้าย เวลาที่สัตว์ตายแล้วจะมีผ้าธรณีเป็นผ้าที่มีคาถาของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตย์กวนอิม ซึ่งไปซื้อจากมูลนิธิจักษุ โดยได้สอบถามเจ้าอาวาสแล้วว่าผ้าที่คลุมให้สัตว์เป็นผ้าที่คลุมให้กับคนเวลาใส่ในโลงศพเพื่อนไปสู่สุขคติ ทางเจ้าอาวาสบอกว่าสามารถใช้แบบนี้คลุมให้สัตว์ที่ตายได้ เพราะพระพุทธเจ้าโปรดทั้งมนุษย์และสัตว์เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังมีกระดาษสุขาวดี ในการที่จะให้สัตว์เดินทางสู่สุขคตินำคลุมร่างและเผากระดาษสุขาวดีและจะฝังทุกชิ้นส่วนครบหมด จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับซากสัตว์ต่างๆด้วย จากนั้นจะจุดธูปบอกให้ไปสู่สุขคติ และทำสังฆทานบังสุกุลให้เรียบร้อยเหมือนคนทั่วไป

ทุกวันนี้ได้ให้คนงานนำเงินที่ได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญที่บริจาคมา ไปซื้อหญ้าเนเปีย และฟางมาให้สัตว์ได้กินเป็นอาหาร อีกส่วนจะใช้เงินทุนของตัวเองมาช่วยเหลือ โดยได้ใช้ชีวิตนุ่งขาวห่มขาวพร้อมกับรับประทานอาหารมังสวิรัสมาได้ประมาณ 6 ปีแล้ว ในใจคิดเสมอว่าอยากจะดูแลให้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย