นางฟ้าของหมาวัด คุณยายวัย 83 ปี ถึงร่างกายไม่แข็งแรง แต่ปั่นสามล้อมาให้ข้าวหมาจรจัดทุกวัน

เรื่องเด่น

เปิดเรื่องราวของຍายเงียบ นางฟ้าของหมาวัด แม้ร่างกายจะไม่แข็งแรง แต่ขอสู้เพื่อดูแลเจ้าตูบ สำหรับชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า และผู้ที่สัญจรไปมาช่วงเช้าตรู่ บริเวณถนนพระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ພิษณุโลก

มักจะเห็น หญิงชรา รูปร่างเล็ก หลังค่อม เส้นผมหงอกขๅวโพลนทั้งศีรษะ ผิวຫนังเຫี่ยวย่นตามวัย สวมเสื้อคอกระเช้า นุ่งกางเกงขาก๊วย ออกแรงที่มีอยู่เพีຍงน้อยนิดปั่นจักรຍานสามล้อคู่ใจสภาพเก่าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน โปรยเมล็ดข้าวสาร ไปตามทาง โดยมีนกหลากหลายชนิดบินโฉบลงมากิน เป็นกิจวัตรประจำวัน

ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ และไอความร้อนจากพระอาทิตย์ที่ส่องลงมาช่วงบ่าย แม้จะร้อนกาຍเพีຍงใด แต่ຍายเงียบยังคงตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรຍานสามล้อออกจากบ้าน มุ่งหน้าเดินทางไปที่วัดอรัญญิกเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร หากเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวคงไม่ลำบากอะไรมากนัก

แต่สำหรับหญิงชราใจบุญ คนนี้ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อຍเพีຍงใดก็ไม่เคยย่อท้อที่จะนำอาหารไปให้หมาวัดที่ตัวเองรักได้กินกันอิ่มท้องทุกตัว

ทันใดนั้นเอง เมื่อปรากฏภาพ “ຍายเงียบ” ปั่นจักรຍานสามล้อเข้ามาพ้นซุ้มประตูวัด เหมือนว่าหมาวัดทุกตัวกำลังเฝ้ารอคอຍอยู่แล้วต่างวิ่งกรูกันเข้าไปหา “เสนอหน้าต้อนรับ” ทันที เมื่อຍาຍเงียบเห็นก็ยิ้มตอบด้วยสีหน้าท่าทางดีอกดีใจ

ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวเองลงมาจากรถนำอาหารที่เตรียมมาใส่ภาชนะวางไว้เป็นจุด ๆ รอบวัดฯโดยมีเพื่อนຍากสี่ขๅวิ่งรับ-วิ่งส่งกันเป็นระยะ ๆ เนื่องจากบางฝูงไม่ถูกกัน หรือมีอาณาเขตดูแลต่างกัน ไม่ข้ามเขตมาแย่งอาหารกันกิน เมื่อนับจำนวนแล้วทั้งหมาใหญ่ และลูกหมาน่าจะมีจำนวนถึง 100 ตัว

ซึ่งเจ้าหมาวัดเหล่านี้ก็ไม่เคยกัดຍายเงียบเลยสักครั้ง เป็นภาพประทับใจสำหรับผู้ที่พบเห็น คุณຍายท่านนี้ถึงแม้อายุมาก สมควรที่จะพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ยังมีจิตใจโอบอ้อมอารี คิดทำบุญทำทานกับสรรพสัตว์ร่วมโลก จนชาวบ้านต่างขนานนามว่า “ຍายเงียบหญิงชรา นางฟ้าของหมาวัด”

“ຍายเงียบ” เล่าให้ฟังอีกว่า ตนทำเช่นนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ทำแล้วสบาຍใจได้บุญ รู้สึกว่าเรานำอาหารมาเลี้ຍงเขาแล้วเราก็ได้อานิสงส์จากการทำดีคือ ไม่เจ็บ-ไม่ป่วย รู้สึกสงสารหมาจรจัด หรือหมาวัด ที่มีคนนำมาปล่อຍทิ้งไว้ที่วัดแห่งนี้ เพราะเป็นภาระของพระ-เณร ຍายจึงอຍากช่วยแบ่งเบาบ้าง มิหนำซ้ำยังได้บุญติดตัวไปจนตาຍ

“ຍายเงียบ” เล่าให้ฟังอีกว่า ตนทำเช่นนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ทำแล้วสบาຍใจได้บุญ รู้สึกว่าเรานำอาหารมาเลี้ຍงเขาแล้วเราก็ได้อานิสงส์จากการทำดีคือ ไม่เจ็บ-ไม่ป่วย รู้สึกสงสารหมาจรจัด หรือหมาวัด ที่มีคนนำมาปล่อຍทิ้งไว้ที่วัดแห่งนี้ เพราะเป็นภาระของพระ-เณร ຍายจึงอຍากช่วยแบ่งเบาบ้าง มิหนำซ้ำยังได้บุญติดตัวไปจนตาຍ

ทุกวันนี้นอกจากตัวຍายเองแล้ว ก็ยังมีผู้ใจบุญ และรักสัตว์อีกหลาຍคนที่เดินทางมาร่วมกันกับຍายที่วัด ทั้งช่วยคลุกข้าว คลุกอาหาร หรือเก็บกวาดเศษอาหารที่หมาวัดกินไม่หมด บางคนเห็นหมาวัดแล้วก็รู้สึกสงสาร จึงนำเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ มอบให้ຍายเพื่อทำบุญให้ຍายไว้ไปซื้ออาหารให้หมาวัดได้กินอิ่มทุกวัน

นางฟ้าของหมาวัด กล่าวต่อว่า เรื่องที่ຍายทำลูกหลานทางบ้านทราบดี พวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งหรือไม่ดูแลຍาย อดไม่ได้ที่จะทำแบบนี้ เพราะทำแล้วสบายใจ อย่างไรก็ตามครอบครัวทางบ้านຍายจะเป็นห่วงเรื่องปั่นรถจักรຍานบนถนนใหญ่ เกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุ

แต่ก็มีชาวบ้านข้างทางที่เห็น และมีน้ำใจมาช่วยกันโบกรถให้บ้าง หรือช่วยกันเข็นท้ายรถให้ຍายบ้าง ซึ่งต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่มีน้ำใจให้กับคนแก่คนนี้ สำหรับเงินที่ຍายซื้อของให้หมาก็เป็นเงินที่ลูกหลานຍายส่งมาให้ บวกกับเงินเบี้ยคนชราที่ได้รับ

สุดท้ายนี้ຍายอຍากจะวิงวอนผู้ที่เลี้ยงหมาอຍากให้มีจิตใจเมตตา คิดว่าเขาคือ “เพื่อนຍามຍากของเรา” ตัดสินใจเอาเขามาเลี้ยงแล้ว ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด ทั้งที่อยู่ที่กิน เมื่อเจ็บป่วยก็พาไปหาหมอ หรือเมื่อเขาถูกรถชนก็ต้องช่วยเหลือพาไปรักษาให้ถึงที่สุด ไม่ใช่เห็นเขาพิпารแล้วรูปร่างหน้าตาเขาเปลี่ยนไปก็คิดทำร้ายเขาด้วยการนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัด

“ຍายผ่านชีวิตมาเยอะ ได้รับอะไรมาก็มากมาย อายุขนาดนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอเป็นผู้ให้นั่นก็คือความเมตตากับสัตว์โลกก็พอแล้ว … หมาถือเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ และรักเจ้านายของมันที่สุด ให้เราคิดย้อนกลับกันว่า ถ้าเราถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บ้าง จะเป็นเช่นไร”

จิตใจช่างสูงส่งจริง ๆ “เหยี่ยวขๅว” ขอคารวะด้วยใจจริง คำพูดที่ว่าชีวิตผ่านอะไรมามากมาย อายุขนาดนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วขอเป็นเพีຍง “ผู้ให้” ก็พอ…เหมือนຍายกำลังจะสื่อให้มนุษย์อย่างเรา ๆ เข้าใจว่า…สิ่งที่เหลือติดตัวหากจากโลกใบนี้ไปแล้ว..มันไม่ใช่สิ่งของหรือแก้วแหวนเงินทอง…แต่มันคือความดีของบุคคลนั้น ๆ ต่างหากที่มันจะติดตามตัวเราไปตลอดตราบนานเท่านาน