จีนปล่อยน้ำลงโขงแล้ว มวลน้ำระลอกแรกถึงสามเหลี่ยมทองคำ

เรื่องเด่น

สำหรับแม่น้ำโขงแล้วถือเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านหลายประเทศ รวมถึงไทยเราด้วย ซึ่งแม่น้ำโขงก็หล่อเลี้ยงคนไทยหลายล้านคน รวมถึงระบบนิเวศของแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก แต่หลังจากที่ฝนทิ้งช่วงนานหลายสัปดาห์ รวมทั้งการกั้นน้ำในเขื่อนทำให้แม่น้ำโขงน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดทางจีน ได้ระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ลงน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ในระดับ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมวลน้ำได้เริ่มไหลมาถึงพรมแดน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แล้ว
โดยในวันที่ 20 ก.ค. น้ำโขงบริเวณหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน ลึกประมาณ 2.10 เมตร เพิ่มขึ้นกว่าช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อน ที่จีนปิดเขื่อนประมาณ 50-60 ซม. และมีรายงานด้วยว่าเช้าวันนี้ เขื่อนจิ่งหงได้ปล่อยน้ำเพิ่มเป็นกว่า 1,449 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว ซึ่งมวลน้ำระลอกใหม่จะไหลลงมาถึงชายแดนไทยในอีก 1-2 วันข้างหน้า

และจากระดับน้ำโขงที่เพิ่มมากขึ้น ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง ( ศปปข.) ของจีน ได้นัดหมายให้ประเทศสมาชิก ศปปข.ทั้ง สปป.ลาว เมียนมา และไทย ร่วมกิจกรรมลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายในแม่น้ำโขง ครั้งที่ 84 เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21-24 ก.ค.นี้

โดยเจ้าหน้าที่ ศปปข.ของแต่ละประเทศจะปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง แต่จะลาดตระเวนในวันที่ 23 ก.ค.ในแม่น้ำโขงตั้งแต่ท่าเรือเมืองกวนเหล่ย เมืองท่าหน้าด่านของจีนตอนใต้ ห่างจาก อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 263 กิโลเมตร จนถึงท่าเรือบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศปปข.ส่วนหน้าของ สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปทางเหนือประมาณ 17 กิโลเมตร
สำหรับการลาดตระเวนร่วมดังกล่าวจะมีเรือของ 3 ชาติเข้าร่วมคือ จีน เมียนมา และ สปป.ลาว ส่วนของไทยจะมีเจ้าหน้าที่ไปร่วมสังเกตุการณ์ และทาง ศปปข.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ภ.5) และ ศปปข.ส่วนหน้า ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 1 อ.เชียงแสน จะทำการปฏิบัติการในส่วนของน่านน้ำไทยเอง

ทั้งนี้การลาดตระเวนในลักษณะนี้จะมีการปฏิบัติกันเดือนละประมาณ 1 ครั้ง แต่รูปแบบ-ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ระดับน้ำของแต่ละช่วง โดยจีนจะใช้กองกำลังจากตำรวจตระเวนชายแดนทำการลาดตระเวนด้วยเรือขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงจากเรือบรรทุกสินค้า และเรือขนาดกลาง รวมทั้งมีเรือเร็วขนาดเล็กจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเข้ามาตั้งฐานอยู่ที่ท่าเรือเชียงกก บ้านลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ด้วย
ส่วนของ สปป.ลาว จะใช้กองกำลังทหารกองร้อยชายแดนที่ 122 และใช้เรือใหญ่ 1 ลำที่ใช้สีลายพลางและมีเรือเล็กจำนวนหนึ่ง ขณะที่เมียนมา จะใช้กำลังตำรวจตระเวนชายแดน ลาดตระเวนด้วยเรือใหญ่สีขาวและมีเรือเล็กจำนวนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ทั้ง สปป.ลาว-เมียนมา ล้วนได้รับการสนับสนุนจากจีนทั้งสิ้น

อนึ่ง สป.จีน ผลักดันให้ 4 ชาติลุ่มน้ำโขงตอนบน ก่อตั้ง ศปปข.ขึ้น หลังเกิดคดีปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2554 ทำให้คนเรือจีนเสียชีวิต 13 ศพ และเรือลอยลำสู่เขตแดนไทย พร้อมมียาเสพติดบนเรือเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธลุ่มแม่น้ำโขงกลุ่มของนาย “หน่อคำ” บริเวณชายแดนเมียนมา-สปป.ลาว อย่างหนักจนทำให้เหตุการณ์สงบมาจนถึงปัจจุบัน.